• kgotoken

Metaverse คืออะไรทำไมหลายๆ คนให้ความสนใจที่จะเข้ามาอยู่ในโลกนี้

by NP Siam Meta



Metaverse คือ โลกเสมือน (Virtual World) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาร่วมกันทำกิจกรรม หรือมีปฏิสัมพันธ์ ร่วมกันได้

ทั้งการพูดคุย ท่องเที่ยว หรือการช้อปปิ้ง ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่บนโลกจริง ผ่าน Avatar แทนตัวเอง ซึ่งเราสามารถออกแบบรูปร่าง หน้าตา หรือลักษณะได้ตามความต้องการของตนเองอย่างอิสระ โดยในโลกของ Mataverse เรามันจะใช้เทคโนโลยีอย่าง AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาเชื่อมต่อเพื่อให้เกิดความสมจริง


โดย Metaverse มาจากคำว่า Meta (เหนือ) กับ Verse (จาก Universe) เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง “จักรวาลที่อยู่เหนือนขึ้นไป” หรือแปลให้สวยก็จะหมายถึง “จักรวาลที่อยู่เหนือจินตนาการและความเป็นจริง” ซึ่งคำนี้มาจากนวนิยาย Sci-fi เรื่อง “Snow Crash” ในปี 1992 เขียนโดย Neal Stephenson เนื้อหาในนิยายได้บรรยายเกี่ยวกับการเข้าไปยังโลกเสมือนโดยผ่านเทอร์มินัลส่วนบุคคลและแวนตาเสมือนจริงที่มีลักษณะเหมือนกับ Oculus Quest และ VR อื่นๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน



Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาระดับโลก ได้คาดคะเนเอาไว้ว่าในปี 2026 ผู้คนมากถึง 26% จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง/วัน บน Metaverse ไปกับการทำงาน การเรียน ความบันเทิง หรือการติดต่อสื่อสารเหมือนกับโซเชียลมีเดีย โดย Gartner .ได้ให้นิยายมองค์ประกอบของ Metaverse ไว้ 13 ส่วน ไว้ดังนี้


  1. Digital Currency สกุลเงินดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในนาม Cryptocurrency

  2. Non-fungible Token (NFT) เป็น Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ โดยมูลค่าแต่ละเหรียญจะไม่เท่ากัน และไม่สามารถทดแทนกันได้

  3. Digital Assets ทรัพย์สินดิจิทัลไม่ว่าจะที่ดินดิจิทัล บ้านดิจิทัล ผลงานศิลปะดิจิทัล

  4. Marketplace/ Digital Commerce มีพื้นที่ซื้อขายสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ

  5. Infrastructure โครงสร้างพื้นฐาน เช่น มีสถานศึกษา มีระบบสื่อสาร เป็นต้น

  6. Device Independence สามารถใช้งานในทุกๆ อุปกรณ์

  7. Gaming เมื่อประสบการณ์ในการเล่นเกมบน Metaverse สามารถเข้าใกล้กับความสนุกสนานได้เหนือกว่าที่เคยมาเป็น ทำให้ผู้คนให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการ เกมจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งใน Metaverse

  8. Concert, Social และ Entertainment Events เมื่อเรื่องบันเทิงไม่ได้มีแค่เกม แต่เป็นกิจกรรมสนุกสนานที่ทำให้คนมีส่วนร่วม ผ่อนคลาย ได้พบเจอกับศิลปินที่ชื่นชอบผ่านคอนเสิร์ตบน Metaverse ที่ทำให้ไม่ว่าจะชอบศิลปินประเทศไหนก็สามารถพบเจอได้ง่ายมากขึ้นเพราะโลกเสมือนจริง

  9. Online Shopping ช้อปปิ้งไม่หยุดแม้จะเป็นบน Metaverse เพราะฝั่งผู้ใช้เองก็มีความต้องการตกแต่ง Avatar ของตัวเองให้โดดเด่น จึงไม่แปลกที่การช้อปปิ้งบนโลกเสมือนก็น่าสนุกไม่แพ้โลกจริง

  10. Workplace เมื่อโลกแห่งการทำงานได้ผสานเข้ากับ Metaverse อย่างลงตัว การ WFH จึงไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปเมื่อเราสามารถทำงานบน Metaverse มีพื้นที่ในการประชุม นั่งทำงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ให้ความรู้สึกที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้เสมือนอยู่ในสถานที่เดียวกัน

  11. Social Media การแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผู้ใช้ผ่าน Avatar จะทำให้ประสบการณ์ของ Social Media มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

  12. Digital Humans เมื่อ AI เริ่มมีบทบาทสำคัญ จึงมีการนำ Digital Humans เข้ามาทดแทนหน้าที่บางอย่างในการทำงานได้ เช่น ทำหน้าที่ Onboarding พนักงานใหม่, เป็น Customer Service, ทำหน้าที่เป็น Sales หรือจัดการเกี่ยวกับการประสานงานทางธุรกิจ เป็นต้น

  13. Natural Language Processing (NLP) หนึ่งในความสามารถการเข้าใจภาษาด้วยระบบประมวลภาษา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกลุ่ม AI ที่ทำให้สามารถเข้าใจภาษาของมนุษย์ ส่งผลให้ AI และมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์อย่างธรรมชาติไหลลื่น ไร้ข้อจำกัดทางด้านภาษา


ที่มารูป Gartner


ตัวอย่าง Metaverse ที่มีชื่อเสียง

Decentraland


ที่มารูป Forbes


Decentraland ขับเคลื่อนบนเชน Ethereum โดยใช้เหรียญ MANA ในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ถูกสร้างและพัฒนาโดย Ari Meilich และ Esteban Ordano ตั้งแต่ปี 2017 และเปิดตัวเมื่อปี 2020 โดยผู้เล่นสามารถเป็นเจ้าของที่เดินเสมือนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า “Land” มีจำนวนจำกัด เพียง 90,000 ผืน แต่มีระบบ Decentaland DAO ที่ผู้ถือ LAND และ MANA สามารถกำหนดการออก Land ได้


จุดเด่นคือ เป็นรูปแบบ 3-D Model สร้างง่ายเพียงลากวางเท่านั้น และสำหรับนักพัฒนามืออาชีพ ทางระบบมีเครื่องมือ SDK (Software Development Kit) หรือเครื่องมือที่เอาไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพิเคชั่น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างเกม แอนนิเมชั่น หรือแอพพลิเค


The Sandbox


ที่มารูป The Sandbox


The Sandbox เป็นเกม NFT แบบ Play to Earn ที่อยู่บนเชน Ethereum สร้างโดย Arthur Madrid และ Sébastien Borget ลักษณะเกมจะคล้ายกับเกม Minecraft ออกแบบมาให้ผู้เล่นสามารถเข้าไปสร้างสิ่งต่าง ๆ ใน metaverse ด้วยเครื่องมือ Voxel 3D และมี Marketplace ให้ผู้คนมาค้าขายสินค้า โดยใช้เหรียญ SAND ในการซื้อขายและทำธุรกรรมต่างๆ


และแท้จริงแล้วก่อน The Sandbox จะถูกพัฒนาเป็น Mateverse นั้นผู้ก่อตั้งได้ทำเกมสำหรับเล่นใน Smart Phone มาแล้วตั้งแต่ปี 2012 ในชื่อ The Sandbox และThe Sandbox Evolution ในปี 2016 ที่มีผู้ดาวน์โหลดเกมถึง 40 ล้านดาวน์โหลด ต่อมาในปี 2018 ได้พัฒนาเกมเพื่อเข้าสู่โลก Metaverse โดยใช้ชื่อว่า “The Sandbox” นั่นเอง


Bloktopia


ที่มารูป Emporio


Bloktopia ตึกสูง 21 ชั้น โดยอิงตัวเลข 21 มาจากจำนวนของ Bitcoin หอคอยที่ล้ำสมัยนี้สร้างขึ้นในรูปแบบ NFT บรรยากาศเสมือนอยู่บนดาวเคราะห์ที่มนุษยชาติใกล้สูญพันธ์ รันอยู่บนเชน Polygon และมีเหรียญ BLOK ไว้ใช้งานใน Ecosystem ก่อตั้งโดย Ross Tavaloli และ Paddy Carroll


จุดเด่นของ Bloktopia อยู่ที่เรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้งานจำนวน 21 ชั้นเพื่อให้เกิด community ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ภายใต้ Concept Learn, Earn, Play และ Create

  • Learn ถึงแม้ว่าในโลกออนไลน์จะมีความรู้เป็นจำนวนมาก แต่ผู้คนอาจต้องใช้เวลาในการค้นหาและเรียนรู้ Bloktopia เป็นเสมือนศูนย์รวมความรู้ของโลก Crypto ที่มี community สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ในบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองผ่านบรรยากาศเสมือนจริง

  • Earn มีแหล่งรายได้ที่หลากหลาย เช่น การให้เช่นให้เช่าที่ Staking และการโฆษณา

  • Play พื้นที่สำหรับความสนุก ทั้งเกม และความบันเทิงอื่นๆ ในรูปแบบมุมมอง First-person ในโลกเสมือน

  • Create เปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรพัฒนาเกมและแอพพลิเคชั่น โดยเครื่องมือ SDK


เห็นได้ว่า Bloktopia ถูกออกแบบมาให้ผู้คนใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการสร้างสิ่งใหม่ๆ บนโลก Metavers


สำหรับรูปแบบของ Siam Metaverse นั้น อดใจรอกันก่อนนะคะ เร็วๆนี้เราจะมี Whitepaper ออกมาให้ทุกท่านได้อ่านกันแน่นอนค่ะ


ช่องทางการติดตาม

Wooden Furnitures
images-removebg-preview.png
images__2_-removebg-preview.png
images__1_-removebg-preview.png